ไมเคิล คาร์ริค ต้องเผชิญกับบททดสอบสำคัญเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งกุนซือชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังได้รับข่าวร้ายว่า แพทริค ดอร์กู แนวรุกฟอร์มแรงชาวเดนมาร์ก มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อหลังต้นขา และต้องพักยาวราว 10 สัปดาห์

อาการบาดเจ็บดังกล่าวทำให้ ดอร์กู จะพลาดการลงสนามในศึกพรีเมียร์ลีกประมาณ 8 นัด และมีโอกาสกลับมาอีกครั้งในเกมพบ ลีดส์ ยูไนเต็ด วันที่ 11 เมษายน ซึ่งถือเป็นการเสียผู้เล่นคนสำคัญในช่วงเวลาที่ทีมกำลังเข้าฟอร์มอย่างแท้จริง

ดอร์กู ฟอร์มร้อนแรง ภายใต้การคุมทีมของคาร์ริค

ดอร์กู คือหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุดนับตั้งแต่ คาร์ริค เข้ามารับงานแทน รูเบน อาโมริม โดยเจ้าตัวยิงประตูได้ทั้งในเกมชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 และเกมบุกชนะ อาร์เซน่อล 3-2

จากเดิมที่เล่นเป็นวิงแบ็กซ้ายในระบบ 3-4-2-1 ของอโมริม ดอร์กู ถูกขยับขึ้นมาเล่นเป็น ปีกซ้ายในแผน 4-2-3-1 และตอบแทนความไว้วางใจด้วยฟอร์มการเล่นที่น่าทึ่ง ทั้งความเร็ว การเลี้ยงบอล และการจบสกอร์

การหายไปของเขา ทำให้ คาร์ริค ต้องเร่งหาทางออกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนี่คือ 4 ทางเลือก ที่อยู่ในมือของกุนซือวัย 42 ปี

1. เมสัน เมาท์ ตัวเลือกที่ชัดเจนที่สุด

ด้วยข้อจำกัดของขุมกำลัง แนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด แทบไม่มีตัวเลือกมากนัก เนื่องจาก เจดอน ซานโช่ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ถูกปล่อยยืมตัวไป แอสตัน วิลล่า และ บาร์เซโลน่า ขณะที่ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ก็ย้ายไป เชลซี ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์

ทำให้ชื่อของ เมสัน เมาท์ กลายเป็นตัวเลือกแรกโดยปริยาย กองกลางทีมชาติอังกฤษ เคยถูกใช้งานทางฝั่งซ้ายมาแล้วในยุคของอโมริม และถนัดการวิ่งตัดเข้าในเพื่อปั่นป่วนแนวรับคู่แข่ง

แม้สถิติการทำประตูจะไม่โดดเด่นนัก (7 ประตู 2 แอสซิสต์ จาก 66 นัด) แต่ เมาท์ มีจุดเด่นเรื่อง ความขยัน วินัย และการยืนตำแหน่ง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ คาร์ริค ให้ความสำคัญอย่างมาก

หาก เมาท์ ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง คาร์ริค อาจต้องการเกมรุกจาก ลุค ชอว์ มากขึ้น เพื่อเติมทางริมเส้นแทนการยืนกว้างของ เมาท์ ที่ถนัดขยับเข้าใน

2. มาเตอุส คุนญ่า กับการปรับโฉมแนวรุก

อีกทางเลือกที่มีความเป็นไปได้สูงคือการ ปรับแนวรุกใหม่ทั้งหมด หลังจาก คาร์ริค ใช้งาน ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าในสองเกมหลัง และได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม

เอ็มเบอโม่ ยิงประตูได้ทั้งในเกมพบ แมนฯ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล แต่ในขณะเดียวกัน อิทธิพลของ มาเตอุส คุนญ่า ในฐานะตัวสำรองก็โดดเด่นไม่แพ้กัน

หัวหอกชาวบราซิลเลี่ยน ยิงประตูชัยสุดสวยในเกมบุกชนะ “ปืนใหญ่” จากจังหวะประสานงานกับ ค็อบบี้ เมนู ก่อนปั่นบอลโค้งจากนอกกรอบเข้าเสียบมุมอย่างเฉียบขาด

แม้ตำแหน่งที่ถนัดที่สุดจะเป็นตัวรุกตรงกลาง แต่ คุนญ่า ก็สามารถออกสตาร์ตทางฝั่งซ้าย และตัดเข้าในด้วยเท้าขวาอันอันตรายได้เช่นกัน

3. อาหมัด ดิยัลโล่ ความยืดหยุ่นที่คาร์ริคอาจเลือกใช้

อาหมัด ดิยัลโล่ คือปีกถนัดซ้ายที่อยู่ใน 11 ตัวจริงอยู่แล้ว โดยปกติจะเล่นทางฝั่งขวาและตัดเข้าใน แต่ก็สามารถขยับไปยืนฝั่งซ้ายเพื่อเป็นปีกธรรมชาติได้เช่นกัน

หากเลือกแนวทางนี้ เอ็มเบอโม่ อาจถูกโยกกลับไปเล่นฝั่งขวา ขณะที่ คุนญ่า รับบทกองหน้าตัวเป้า และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยังคงทำหน้าที่เพลย์เมกเกอร์เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม แม้ ดิยัลโล่ จะเคยถูกอโมริมจับไปเล่นถึงตำแหน่งวิงแบ็กขวา แต่ คาร์ริค อาจไม่ต้องการฝืนใช้งานนักเตะผิดธรรมชาติมากเกินไป เพราะความสำเร็จในช่วงแรกของเขา เกิดจากการ ทำให้ทุกอย่างเรียบง่าย

4. เช เลซี่ย์ โอกาสจากอะคาเดมี่ปีศาจแดง

คาร์ริค ขึ้นชื่อเรื่องการให้โอกาสนักเตะเยาวชน และรู้จักศักยภาพของระบบอะคาเดมี่ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นอย่างดี โดยหนึ่งในชื่อที่น่าจับตามองคือ เช เลซี่ย์ ปีกดาวรุ่งวัย 18 ปี

เลซี่ย์ ลงสนามในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไปแล้ว 2 นัด และเคยได้รับโอกาสในเกมเอฟเอ คัพ แม้จะมีประสบการณ์ไม่น่าจดจำจากการโดนใบแดงในเกมแพ้ ไบรท์ตัน 1-2 ก็ตาม

แม้จะถนัดเล่นฝั่งขวาและตัดเข้าในเหมือน ดิยัลโล่ แต่ด้วยช่วงเวลาที่โปรแกรมอัดแน่น เลซี่ย์ อาจได้รับโอกาสมากขึ้นในสัปดาห์ต่อจากนี้ แม้โอกาสจะไม่สูงนัก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

   การบาดเจ็บของ แพทริค ดอร์กู คือความท้าทายครั้งใหญ่ของ ไมเคิล คาร์ริค แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นบทพิสูจน์ความสามารถในการบริหารทีมของเขา ว่าจะเลือก ทางที่ปลอดภัย, ทางที่กล้าเสี่ยง, หรือ ทางที่เปิดโอกาสให้อนาคตของสโมสร

ไม่ว่าแนวทางไหน แฟนบอล “ปีศาจแดง” คงได้เห็นคำตอบในอีกไม่กี่นัดข้างหน้าอย่างแน่นอน



15 นัดที่ไม่มีคำว่าแพ้! มูรินโญ่ ปลุก เบนฟิก้า ด้วยมนต์ขลัง “เดอะ สเปเชี่ยล วัน”

🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉 https://line.me/R/ti/p/@pzz9

Post a Comment

أحدث أقدم