ถือเป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้กับแฟนฟุตบอลทั่วโลก โดยเฉพาะเหล่าสาวก "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เมื่อ ดิว็อค โอริกี กองหน้าชาวเบลเยียมผู้เป็นเจ้าของโมเมนต์ระดับตำนานมากมาย ประกาศยุติเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพอย่างเป็นทางการในวัยเพียง 31 ปี หลังสร้างชื่อบนเวทีลูกหนังระดับสูงมานานกว่าทศวรรษ

แม้ตลอดอาชีพค้าแข้ง เขาอาจไม่ได้ถูกจดจำในฐานะซูเปอร์สตาร์ที่ลงสนามทุกสัปดาห์ แต่ในทุกครั้งที่ทีมต้องการฮีโร่ ดิว็อค โอริกี มักปรากฏตัวพร้อมประตูสำคัญที่เปลี่ยนชะตาของเกมอยู่เสมอ จนได้รับฉายาจากแฟนบอลว่า "มหาเทพโอริกี"

ดิว็อค โอริกี เปิดใจหลังประกาศแขวนสตั๊ด

ดิว็อค โอริกี ได้เผยข้อความผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต โดยระบุว่า

"เป้าหมายของผมในฐานะนักฟุตบอลได้สำเร็จลุล่วงแล้ว ผมได้ใช้ชีวิตในสิ่งที่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ได้ลงเล่นในเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และคว้าแชมป์รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุด"

นอกจากนี้ เขายังกล่าวขอบคุณสโมสรต่าง ๆ ที่เคยร่วมงาน โค้ช เพื่อนร่วมทีม แฟนบอล รวมถึงครอบครัวที่คอยสนับสนุนมาตลอดเส้นทางอาชีพ พร้อมแสดงความภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศเบลเยียม และรากเหง้าของครอบครัวจากประเทศเคนยา ก่อนก้าวเข้าสู่บทใหม่ของชีวิตนอกสนามฟุตบอล

เส้นทางค้าแข้งและความสำเร็จของ ดิว็อค โอริกี

แม้บทบาทส่วนใหญ่ของเขาจะเป็นตัวสำรอง แต่ผลงานที่ฝากไว้กลับยิ่งใหญ่เกินกว่าตัวเลขการลงสนาม โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล ซึ่งเต็มไปด้วยเหตุการณ์ประวัติศาสตร์มากมาย

เกียรติประวัติสำคัญ

  • แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 1 สมัย
  • แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย
  • แชมป์เอฟเอ คัพ 1 สมัย
  • แชมป์ลีกคัพ (คาราบาว คัพ) 1 สมัย

ความสำเร็จเหล่านี้ทำให้ชื่อของ ดิว็อค โอริกี กลายเป็นส่วนหนึ่งของยุคทองลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของ เยอร์เกน คล็อปป์

3 แมตช์ระดับตำนานที่แฟนบอลไม่มีวันลืม

1. เกมพลิกนรกถล่มบาร์เซโลนา 4-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี 2019

หนึ่งในค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลยุโรปเกิดขึ้นที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อ ลิเวอร์พูล ต้องตามหลัง บาร์เซโลนา 0-3 จากนัดแรก

ดิว็อค โอริกี กลายเป็นฮีโร่ด้วยการยิง 2 ประตู โดยเฉพาะลูกปิดท้ายจากจังหวะเตะมุมเร็วสุดอัจฉริยะของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ส่งให้ลิเวอร์พูลชนะ 4-0 และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแบบเหลือเชื่อ

2. ประตูปิดเกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

ในนัดชิงชนะเลิศปี 2019 พบกับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ดิว็อค โอริกี ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรอง ก่อนซัดประตูสำคัญในช่วงท้ายเกม พาลิเวอร์พูลเอาชนะไป 2-0 และคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 มาครอง

ประตูดังกล่าวกลายเป็นภาพจำสำคัญที่แฟนบอลลิเวอร์พูลยังคงพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้

3. ฮีโร่แห่งศึกเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี

อีกหนึ่งบทบาทที่ทำให้แฟนบอลรักเขาคือการเป็นตัวแสบของ เอฟเวอร์ตัน คู่ปรับร่วมเมือง

โดยเฉพาะประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากความผิดพลาดของผู้รักษาประตูคู่แข่ง ซึ่งช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าชัยในเกมดาร์บีแมตช์ และกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์คลาสสิกของพรีเมียร์ลีก

ชีวิตหลังฟุตบอลของ ดิว็อค โอริกี

หลังหมดสัญญากับ เอซี มิลาน และกลายเป็นนักเตะไร้สังกัด ดิว็อค โอริกี ตัดสินใจไม่เดินหน้าค้าแข้งต่อ พร้อมหันไปให้ความสำคัญกับความหลงใหลด้านอื่น ๆ

เดินหน้าสู่วงการแฟชั่น

โอริกี เปิดเผยว่าเขาสนใจโลกแฟชั่นมาเป็นเวลานาน และมีแผนศึกษาประวัติศาสตร์แฟชั่นอย่างจริงจัง รวมถึงเรียนรู้กระบวนการออกแบบร่วมกับนักออกแบบชั้นนำของวงการ

ร่วมพัฒนาธุรกิจเอเยนต์ฟุตบอล

นอกจากนี้ เขายังเตรียมร่วมงานกับเพื่อนสนิทในการพัฒนาบริษัทเอเยนต์ฟุตบอลในประเทศเบลเยียม เพื่อช่วยผลักดันและสนับสนุนนักเตะเยาวชนรุ่นใหม่ให้มีโอกาสก้าวสู่ระดับอาชีพ

ดิว็อค โอริกี ตำนานที่ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวจริง

เส้นทางลูกหนังของ ดิว็อค โอริกี อาจไม่ได้เต็มไปด้วยรางวัลส่วนตัวหรือสถิติถล่มทลายเหมือนนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์หลายคน แต่สิ่งที่เขามอบให้กับแฟนบอลคือช่วงเวลาที่ยากจะลืมเลือน

เขาพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า การเป็นตัวสำรองไม่ได้หมายความว่าจะสร้างตำนานไม่ได้ และแม้วันนี้จะอำลาสนามไปแล้ว แต่ชื่อของ "มหาเทพโอริกี" จะยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลลิเวอร์พูลและแฟนฟุตบอลทั่วโลกตลอดไป



ดาร์วิน นูนเญซ คัมแบ็กแอนฟิลด์ เปิด 3 เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล ควรดึงกลับ และ 3 ข้อควรคิดก่อนตัดสินใจ

อิเคร์ กาซิยาส กับจังหวะเซฟที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์นัดชิงฟุตบอลโลก 2010

🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!

🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย

📲 คลิกที่นี่เลย 👉https://line.me/R/ti/p/@pzz9

Post a Comment

أحدث أقدم