ทีมชาติอังกฤษส่งท้ายศึกฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างยอดเยี่ยม หลังเปิดเกมรุกแลกกับทีมชาติฝรั่งเศสก่อนเป็นฝ่ายเฉือนชนะไปแบบสุดมันส์ 6-4 คว้าอันดับ 3 ของทัวร์นาเมนต์มาครอง พร้อมสร้างผลงานดีที่สุดในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่คว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1966


เกมเริ่มต้นได้อย่างสมบูรณ์แบบสำหรับทัพ "สิงโตคำราม" เมื่อ เดแคลน ไรซ์ ซัดไกลสุดคมตั้งแต่นาทีที่ 3 ก่อนจะเปิดบอลให้ เอซรี คอนซ่า โหม่งบวกสกอร์ที่สอง ขณะที่ บูคาโย่ ซาก้า โชว์ฟอร์มร้อนแรงยิงเพิ่มอีก 2 ประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก ส่งให้อังกฤษนำห่างถึง 4-0 ก่อนหมดเวลา 45 นาทีแรก

อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ กลับมาเล่นด้วยความดุดันหลังพักครึ่ง โดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ รับบทพระเอกของทีม ยิงคนเดียว 2 ประตู พร้อมทำอีก 1 แอสซิสต์ ช่วยให้ "ตราไก่" ไล่ตีตื้นจนเหลือเพียงประตูเดียว ทำให้เกมช่วงท้ายเต็มไปด้วยความกดดันและความตื่นเต้น

นาทีที่ 87 ซาก้ารับหน้าที่สังหารจุดโทษไม่พลาด ทำแฮตทริกแรกของตัวเองในฟุตบอลโลก พร้อมพาอังกฤษหนีเป็น 5-3 แม้ อุสมาน เดมเบเล่ จะยิงไล่มาอีกครั้งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่ จู๊ด เบลลิงแฮม ก็ซัดประตูปิดท้ายในนาที 90+8 ส่งให้อังกฤษเอาชนะไปด้วยสกอร์สุดระทึก 6-4

ชัยชนะนัดนี้ทำให้อังกฤษคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ ส่วนฝรั่งเศสต้องจบทัวร์นาเมนต์ด้วยอันดับ 4 อีกครั้ง ขณะที่ เอ็มบัปเป้ ยังนำดาวซัลโวของการแข่งขันด้วยผลงาน 10 ประตู แม้จะพาทีมไปไม่ถึงโพเดียมก็ตาม

🔶 ลำดับการทำประตู

⚽ 0-1 เดแคลน ไรซ์ น.3
⚽ 0-2 เอซรี คอนซ่า น.18
⚽ 0-3 บูคาโย่ ซาก้า น.37
⚽ 0-4 บูคาโย่ ซาก้า น.45+1
⚽ 1-4 คีลิยัน เอ็มบัปเป้ น.48
⚽ 2-4 แบรดลีย์ บาร์โคล่า น.54
⚽ 3-4 คีลิยัน เอ็มบัปเป้ น.66
⚽ 3-5 บูคาโย่ ซาก้า (จุดโทษ) น.87
⚽ 4-5 อุสมาน เดมเบเล่ น.90+6
⚽ 4-6 จู๊ด เบลลิงแฮม น.90+8



5 ประตู แซง เบ็คแฮม! บูกาโย่ ซาก้า กับเส้นทางสู่ตำนานทีมชาติอังกฤษ

จ่อเข้าทำเนียบเทพ! "โรดรี" ลุ้นพา Spain ซิวแชมป์โลก ปลุกตำนานคว้า 3 โทรฟี่ใหญ่

🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!

🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย

📲 คลิกที่นี่เลย 👉https://line.me/R/ti/p/@pzz9

Post a Comment

ใหม่กว่า เก่ากว่า