เรอัล มาดริด วางแผนล่า "อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์" หากปล่อยแข้งบิ๊กเนม ระดมทุนเสริมแดนกลาง
เรอัล มาดริด กำลังจับตาสถานการณ์ของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินาของ ลิเวอร์พูล อย่างใกล้ชิด โดยมีรายงานว่าดาวเตะวัย 27 ปี กลายเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งในการเสริมทัพแดนกลางของ "ราชันชุดขาว" หากสโมสรสามารถระดมทุนจากการขายนักเตะตัวหลักออกจากทีมได้สำเร็จ
แม็ค อัลลิสเตอร์ ขึ้นแท่นเป้าหมายเบอร์หนึ่งของมาดริด
หลังจากกำลังมองหากองกลางระดับโลกเข้ามาเติมเต็มคุณภาพในระยะยาว เรอัล มาดริด ได้ประเมินตัวเลือกหลายราย แต่ชื่อของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ถูกยกให้เป็นตัวเลือกที่สโมสรชื่นชอบมากที่สุด ด้วยความสามารถในการคุมจังหวะเกม การผ่านบอลที่แม่นยำ รวมถึงประสบการณ์ในเวทีพรีเมียร์ลีกและระดับทีมชาติอาร์เจนตินา
นอกจากนี้ แม็ค อัลลิสเตอร์ ยังอยู่ในช่วงอายุที่เหมาะสมต่อการสร้างทีมระยะยาว ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นนักเตะที่สามารถเข้ามายกระดับแดนกลางของทีมได้ทันที
มาดริดต้องขายนักเตะก่อน จึงเดินหน้าดีลได้
อย่างไรก็ตาม การคว้าตัวมิดฟิลด์ของลิเวอร์พูลจะไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเรอัล มาดริดจำเป็นต้องสร้างงบประมาณสำหรับการเสริมทัพเสียก่อน โดยมีแนวโน้มว่าทีมอาจต้องปล่อยนักเตะตัวหลักหรือแข้งค่าเหนื่อยสูงออกจากทีม เพื่อเปิดพื้นที่ทั้งด้านการเงินและโครงสร้างค่าเหนื่อย
หากการขายนักเตะเกิดขึ้นตามแผน สโมสรจึงจะพร้อมเดินหน้าเจรจากับลิเวอร์พูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการย้ายทีมของดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินารายนี้
ลิเวอร์พูลไม่ต้องการปล่อยกำลังสำคัญ
ฝั่งลิเวอร์พูลเองยังคงมองว่า แม็ค อัลลิสเตอร์ เป็นหนึ่งในกำลังหลักของทีม และไม่มีแผนปล่อยตัวออกจากถิ่นแอนฟิลด์ง่าย ๆ โดยเฉพาะหลังเจ้าตัวทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งในพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรป จนกลายเป็นหัวใจสำคัญของแดนกลาง
ด้วยเหตุนี้ หากเรอัล มาดริดต้องการปิดดีลจริง คาดว่าจะต้องยื่นข้อเสนอมหาศาลเพื่อโน้มน้าวให้ลิเวอร์พูลพิจารณาปล่อยนักเตะออกจากทีม
สรุป
แม้ในเวลานี้ยังไม่มีการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ แต่ชื่อของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของเรอัล มาดริดในการเสริมแดนกลาง อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ของดีลนี้จะขึ้นอยู่กับการขายนักเตะของราชันชุดขาวเป็นอันดับแรก หากสามารถระดมทุนได้สำเร็จ ตลาดซื้อขายครั้งนี้อาจได้เห็นหนึ่งในดีลที่ใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลยุโรป
จู๊ด เบลลิงแฮม ซัดเบิ้ลพาอังกฤษเฉือนนอร์เวย์ 2-1 ช่วงต่อเวลา ทะลุตัดเชือกฟุตบอลโลก 2026








แสดงความคิดเห็น