ศึกฟุตบอลโลก 2026 เดินทางมาถึงช่วงเวลาที่แฟนบอลทั่วโลกต่างเฝ้ารอ เมื่อการแข่งขันเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งด่านสำคัญของการลุ้นแชมป์โลก ทุกทีมที่เหลืออยู่ต่างผ่านบททดสอบสุดหนักในรอบที่ผ่านมา และพร้อมลงสนามเพื่อคว้าตั๋วสู่รอบรองชนะเลิศให้ได้
ตลอด 3 วันข้างหน้า แฟนบอลจะได้รับชมเกมระดับบิ๊กแมตช์ครบทั้ง 4 คู่ โดยแต่ละทีมต่างมีจุดเด่นและความแข็งแกร่งแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นอดีตแชมป์โลก ทีมม้ามืด หรือชาติที่กำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเวทีลูกหนังโลก ทำให้ทุกแมตช์มีโอกาสออกได้ทั้งสามหน้า และพร้อมสร้างความตื่นเต้นตั้งแต่นาทีแรกจนเสียงนกหวีดสุดท้าย
🗓️ วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม
⏰ 03.00 น.
โมร็อกโก 🆚 ฝรั่งเศส
🏟️ บอสตัน สเตเดียม
🗓️ วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม
⏰ 02.00 น.
สเปน 🆚 เบลเยียม
🏟️ ลอสแอนเจลิส สเตเดียม
🗓️ วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม
⏰ 04.00 น.
นอร์เวย์ 🆚 อังกฤษ
🏟️ ไมอามี สเตเดียม
⏰ 08.00 น.
อาร์เจนตินา 🆚 สวิตเซอร์แลนด์
🏟️ แคนซัส ซิตี สเตเดียม
ไฮไลต์ที่แฟนบอลจับตามองคงหนีไม่พ้นการพบกันของ โมร็อกโก กับ ฝรั่งเศส ที่ต่างโชว์ฟอร์มแข็งแกร่งมาตลอดทัวร์นาเมนต์ ขณะที่ สเปน จะต้องดวลกับ เบลเยียม ในเกมที่เต็มไปด้วยคุณภาพของนักเตะระดับโลก ส่วน นอร์เวย์ เตรียมวัดคมกับ อังกฤษ ที่กำลังมั่นใจเต็มที่ และปิดท้ายด้วยแชมป์โลกอย่าง อาร์เจนตินา ที่ต้องรับมือ สวิตเซอร์แลนด์ ทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องเกมรับอันเหนียวแน่น
🔥 ผู้ชนะทั้ง 4 คู่ จะผ่านเข้าสู่ รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 ทันที และเหลืออีกเพียง 2 ก้าวเท่านั้นก็จะได้สัมผัสถ้วยแชมป์โลกอันทรงเกียรติ เชื่อว่าทุกทีมจะใส่กันเต็มที่แบบไม่มีใครยอมใคร เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการยุติเส้นทางในฟุตบอลโลกครั้งนี้
ครบองค์ประกอบ! เปิดโผ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ลุ้นแชมป์โลกเต็มตัว
ลุยพรีเมียร์ลีก! "ฟูแล่ม" ประกาศตั้ง "อาร์เบโลอา" นั่งแท่นกุนซือคนใหม่ เซ็นยาว 3 ปี







إرسال تعليق