โรงงานปั้นนักเตะ! แอร์เบ ไลป์ซิก โกยเงินกว่า 30,000 ล้านบาท จากการขายแข้งดาวรุ่งให้ทีมยักษ์ใหญ่ยุโรป

แอร์เบ ไลป์ซิก กลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่โดดเด่นที่สุดของยุโรปในเรื่องการพัฒนานักเตะดาวรุ่ง ก่อนส่งต่อไปยังทีมยักษ์ใหญ่ด้วยค่าตัวมหาศาล นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นสู่ บุนเดสลีกา เยอรมนี ในปี 2016 สโมสรสามารถสร้างรายได้จากการขายนักเตะรวมกันมากกว่า 500 ล้านยูโร และมีมูลค่าดีลสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โมเดลของ ไลป์ซิก ไม่ได้เน้นเพียงการซื้อนักเตะราคาถูกแล้วขายต่อเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพนักเตะอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านแท็กติก สภาพร่างกาย และประสบการณ์ในฟุตบอลระดับสูง จนสามารถสร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะหนึ่งใน โรงงานผลิตนักเตะดาวรุ่งชั้นนำของยุโรป

ตลอดช่วงที่ผ่านมา บรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ต่างเคยเข้ามาคว้าตัวนักเตะจากถิ่น เรดบูลล์ อารีน่า ด้วยค่าตัวก้อนโต สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของระบบแมวมองและการพัฒนาผู้เล่นของ ไลป์ซิก

ดีลขายนักเตะของ แอร์เบ ไลป์ซิก ที่สร้างรายได้มหาศาล

ดีลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการขาย ยาน ดิโอม็องเด้ ไปให้ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสูงถึง 125 ล้านยูโร หรือประมาณ 4,875 ล้านบาท ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร

ขณะที่ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล ย้ายไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 90 ล้านยูโร หรือราว 3,510 ล้านบาท หลังสร้างชื่อในฐานะหนึ่งในกองหลังดาวรุ่งที่โดดเด่นที่สุดของยุโรป

ด้าน เบนจามิน เชชโก้ ถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตัวด้วยค่าตัว 76 ล้านยูโร หรือประมาณ 2,964 ล้านบาท ส่วน โดมินิค โซโบซไล ย้ายไป ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 70 ล้านยูโร หรือราว 2,730 ล้านบาท และกลายเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางของทีม

อีกหนึ่งดีลสำคัญคือ ซาฟี ซิมอนส์ ที่ย้ายไป ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยค่าตัว 65 ล้านยูโร ขณะที่ ดานี่ โอลโม่ กลับไปค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัว 61 ล้านยูโร หลังผ่านการพัฒนาฝีเท้าจนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแนวรุกทีมชาติสเปน

ยังมีแข้งดังอีกเพียบที่สร้างกำไรให้ ไลป์ซิก

นอกจากดีลมูลค่าสูงเหล่านี้แล้ว ไลป์ซิก ยังเคยปล่อยนักเตะชื่อดังอีกหลายราย ไม่ว่าจะเป็น คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู ไป เชลซี ด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโร, นาบี เกอิต้า ไป ลิเวอร์พูล 60 ล้านยูโร และ ติโม แวร์เนอร์ ไป เชลซี 53 ล้านยูโร

ขณะที่ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ย้ายไป บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 42 ล้านยูโร, โลอีส โอเปนด้า ย้ายไป ยูเวนตุส 42 ล้านยูโร และ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ย้ายไป ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร

เมื่อรวมดีลสำคัญจากการขายนักเตะทั้งหมด ทำให้ แอร์เบ ไลป์ซิก สามารถสร้างรายได้รวมสูงถึง 818 ล้านยูโร หรือประมาณ 31,902 ล้านบาท ซึ่งตอกย้ำว่าพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จในสนาม แต่ยังเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีโมเดลพัฒนานักเตะและสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างโดดเด่น

แอร์เบ ไลป์ซิก กับโมเดล “ซื้อ-ปั้น-ขาย” ที่ประสบความสำเร็จ

ความสำเร็จของ ไลป์ซิก สะท้อนให้เห็นว่า สโมสรไม่จำเป็นต้องมีงบประมาณมหาศาลเทียบเท่าทีมยักษ์ใหญ่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว หากสามารถวางระบบแมวมอง พัฒนาเยาวชน และสร้างโอกาสให้นักเตะดาวรุ่งได้ลงสนามอย่างเหมาะสม

เมื่อผู้เล่นเหล่านั้นพัฒนาจนกลายเป็นนักเตะระดับท็อป สโมสรจึงสามารถขายต่อด้วยมูลค่าที่สูงขึ้น และนำรายได้กลับมาลงทุนกับนักเตะรุ่นใหม่ต่อไป กลายเป็นวงจรธุรกิจฟุตบอลที่ช่วยให้ทีมสามารถแข่งขันในระดับสูงได้อย่างยั่งยืน

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ชื่อของ แอร์เบ ไลป์ซิก ถูกยกให้เป็นหนึ่งใน “โรงงานปั้นนักเตะ” ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของฟุตบอลยุโรป และเป็นโมเดลที่หลายสโมสรสามารถนำไปศึกษาได้ในยุคที่ตลาดนักเตะมีค่าตัวสูงขึ้นทุกปี



“คิง คาซู” ตำนานที่กาลเวลาไม่อาจพราก กับหัวใจที่ยังไม่ยอมแขวนสตั๊ดในวัย 59 ปี

เจาะลึกอนาคต คริสเตียน โรเมโร กับกระแสเชื่อมโยง บาร์เซโลน่า ที่ยังไม่มีการเจรจา

🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉https://line.me/R/ti/p/@pzz9

Post a Comment

ใหม่กว่า เก่ากว่า